top of page
Screen Shot 2562-05-05 at 4.20.42 PM.png

sHORT story

ใบหน้าของเพชรทูล

(จาก https://storylog.co/story/56ecf0b3416cfffe636ee116)

เพชรทูลคิดถึงใบหน้าของตัวเอง
ใบหน้าที่เขาไม่ได้เห็นมานานกว่า 5 ปีแล้ว
ในความเป็นจริง เพชรทูลควรจะได้เห็นใบหน้าของตนเองในทุก ๆ วัน
วันละหลายคราหลายหน
เพราะเพชรทูลเป็นช่างตัดผม
เมื่อภาพในกระจกสะท้อนให้เห็นใบหน้าของผู้มาขอรับบริการจากเขา
มันก็ควรจะสะท้อนใบหน้าของเขาให้เห็นเช่นกัน

แต่ไม่เป็นอย่างนั้น

เมื่อเพชรทูลจ้องมองเข้าไปในกระจก
ใบหน้าที่มองตอบกลับมานั้นไม่ใช่ใบหน้าของเขา
แต่คือใบหน้าของภรรยา ที่จับจ้องมา
อย่าเข้าใจผิดไป เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสยองขวัญ เรื่องผีหลอกวิญญาณหลอน
ภรรยาที่อยู่ในกระจกไม่ใช่ภรรยาที่เขาทำการฆาตกรรมและอำพรางศพของเธอไว้
ด้วยความแค้น เธอจึงปรากฎตัวในรูปของวิญญาณเพื่อหลอกหลอนเขาให้ตายตกไปตามกัน
ภรรยาของเพชรทูลยังมีชีวิตอยู่และสบายดี

เพียงแต่เธอไม่ได้อยู่ในชีวิตของเขาอีกต่อไป
หลังสิบสามปีของชีวิตคู่ จู่ ๆ เธอก็หายไป
ลาลับเงียบเชียบ เหมือนดวงจันทร์ก่อนรุ่งสาง
ไม่มีสัญญาณบอกเหตุ ไม่มีปฎิกิริยาบ่งบอก ไร้ซึ่งคำอำลาใด ๆ
เมื่อเพชรทูลลงมาจากชั้นสองของบ้านในเช้าสามัญวันหนึ่ง
เขาพบเพียงประตูร้านที่ถูกเปิดอยู่ก่อนที่เขาจะลงมา
เขารู้ว่าเธอได้จากไปแล้ว

เขาโทรเข้าโทรศัพท์มือถือของภรรยาสองครั้ง
ครั้งแรกสายโทรศัพท์ถูกปล่อยค้างเนิ่นนาน ราวทารกที่ขาดความรัก
ครั้งที่สอง ความพยายามของเขาถูกส่งต่อไปสู่บริการฝากข้อความ
เพชรทูลวางโทรศัพท์ในมือลง และเริ่มต้นทำความสะอาดร้าน
เพื่อรอต้อนรับผู้มาใช้บริการตามกิจวัตรประจำวัน
หลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์ ใบหน้าในกระจกของเขาก็หายไป
และถูกแทนที่ด้วยอีกใบหน้าที่คุ้นเคย

เมื่อเงยหน้าจากกระจกในเช้าแสนสามัญวันหนึ่ง
ใบหน้าของภรรยาก็มาปรากฎอยู่ในกระจกตรงหน้า
เพชรทูลชะงักงันด้วยความตกตะลึงอย่างรุนแรง
เขาถอยกรูดออกมาจากห้องน้ำเพื่อสงบสติอารมณ์
เมื่อเดินกลับเข้าไป ภรรยาของเขาก็ยังยืนอยู่ตรงนั้น
หน้ากระจกบานนั้น นิ่งงันไร้ปฏิกิริยาใด ๆ
เธอเพียงยืนเหม่อมองอยูี ณ ตำแหน่งที่เงาสะท้อนของเขาควรจะปรากฎอยู่

เพชรทูลรวบรวมความกล้า ก้าวย่างไปยืนอยู่ตรงหน้ากระจกบานนั้น
เขาลองขยับเคลื่อนร่างกาย
ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ภรรยาของเขายังคงมอบแววตาว่างเปล่ามาที่เขาอย่างนั้น
เขาลองร้องเรียกเธอ ไม่มีสัญญาณใดแสดงว่าคำพูดของเขาถูกส่งไปถึงเธอในกระจก
เธอเพียงมาแทนที่เงาของเขาในกระจก และจ้องมองมาเพียงเท่านั้น

หลังจากนั้น ทุกคราที่เขาจ้องมอง หรอแม้กระทั่งเหลือบมองไปที่กระจก
ไม่ว่าบานใด ๆ หรือครั้งใด ๆ
ภาพที่อยู่ในคลองจักษุของเขาก็คือใบหน้าเรียบเฉยของเธอ
ผู้ลาจากเขาไปในเช้าแสนธรรมดานั้นนั่นเองแม้เรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องราวสยองขวัญ อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น
แต่การถูกจับจ้องจากภรรยาเก่าอยู่เป็นนิจ เริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเพชรทูล
การต้องคอยหลบสายตา ทำให้เขาสามารถมองกระจกได้ในระยะเวลาที่น้อยลง น้อยลง
การจ้องมองสรรพสิ่งต่าง ๆ เริ่มสร้างความลำบากใจ ไปจนถึงความทุกข์ใจให้แก่เขา

เวลาผ่านไป เขานำกระจกภายในบ้านออกจนเหลือเพียงบานเดียว
ลดปริมาณการให้บริการลง เหลือเพียงวันละครั้งสองครั้ง

โลกของเพชรทูลค่อย ๆ หดแคบลง แคบลง
จากโลกภายนอกอันเป็นอิสระ เหลือเพียงบ้านสองชั้นที่เขาอยู่อาศัย
เพื่อหาเลี้ยงชีพและใช้ชีวิตให้ผ่านไปในแต่ละวัน
สองเดือนนับตั้งแต่ที่เริ่มมองเห็นภรรยาในกระจก เขาก็ไม่ออกไปไหนอีก

เพชรทูลเริ่มเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน หดย่อเครือข่ายปฏิสัมพันธ์
เหลือเพียงลูกค้าขาประจำ และคนรู้จักจากร้านชำที่คอยนำอาหาร
และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันมาส่งตามที่เขาสั่งเพียงเท่านั้น

เช่นนี้ เวลาของเพชรทูลจึงมีเหลือเฟือ

หลังให้บริการตัดแต่งทรงผมให้ลูกค้าเสร็จสิ้น เพชรทูลจะเก็บตัวอยู่ในห้อง
เมื่อไม่มีความอยากหรือต้องการจะจ้องมองสิ่งใด
เขาจึงได้แต่มองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย
ในใจคิดวนเวียนถึงใบหน้าของภรรยา
และใบหน้าของตนเอง

ครั้งสุดท้ายที่เราได้มองเห็นใบหน้าของตัวเองนั้น นานเท่าไรกันแล้วนะ ?

เพชรทูลเคยขอให้ลูกค้ารายหนึ่งลองถ่ายภาพเขาด้วยโทรศัพท์มือถือ
แต่ผลที่ได้กลับน่าพิศวงยิ่งนัก
นอกเหนือจากองค์ประกอบอื่นของภาพที่ชัดเจนแล้วนั้น
ส่วนที่เป็นใบหน้าของเขานั้นกลับเบลอราวกับภาพหลุดโฟกัส
ไม่ว่าจะพยายามใหม่อีกสักกี่ครั้ง
ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม

ในตอนนี้ เมื่อใคร่ครวญถึงใบหน้าของตนเอง
เขาจึงได้แต่จ้องลึกลงไปในความทรงจำลางเรือน
ใบหน้ายาว แก้มที่คงตอบลงไปไม่น้อย เบ้าตาลึก ดวงตาสีดำเข้มเหมือนบ่อน้ำรกร้าง
เส้นผมคงจะเริ่มบาง หนวดเคราคงยาวขึ้นมากแล้ว

ความที่เป็นช่างตัดผม แม้ไม่ต้องเห็นใบหน้าของตัวเอง
เขาก็สามารถจัดการหนวดเคราและเส้นผมอันรุงรังได้ แต่เพชรทูลก็ไม่ได้ใส่ใจ

ตรงข้ามกับใบหน้าของตัวเองที่เป็นเหมือนกับเรื่องราวลึกลับไกลโพ้น
สิ่งที่ยังฝังลงอย่างตราตรึงในภาพจำของเพชรทูล
ก็คือใบหน้านิ่งเฉยของภรรยา
เหมือนยิ่งเขาพยายามจะเลี่ยงหลบ
แววตาลึกสุดหยั่งของเธอก็ยิ่งกลายเป็นภาพฉายอันกระจ่างชัดขึ้นทุกที ทุกที
หลังห้าปีที่คล้อยผ่านไปในทำนองนี้
ในค่ำคืนหนึ่งของฤดูฝน เพชรทูลตื่นจากการหลับไหล
ด้วยความอ้าวของอากาศก่อนฝนหยดแรกจะตกลงมา
เพชรทูลเนื้อตัวเหนียวเหนอะ ต้องการน้ำสักแก้ว
เขาลงมายังชั้นล่าง เข้าไปในห้องครัว ดื่มน้ำอย่างกระหายอยาก
เมื่อเดินออกมา เขาสังเหตุเห็นบางอย่าง

เขามองเห็นความเคลื่อนไหวในกระจก ที่ตั้งอยู่หน้าเก้าอี้ตัดผมตัวเดียวของร้าน
เพชรทูลหยุดนิ่งเล็กน้อยเมื่อแรกเห็น ก่อนตัดสินใจก้าวย่ำเชื่องช้า
ค่อย ๆ เข้าไปใกล้กระจกบานเดียวที่เหลืออยู่ภายในบ้าน
เพชรทูลมายืนอยู่ตรงข้ามกระจกบานนั้นพอดิบพอดี
ภาพสะท้อนที่เขามองเห็นยังเป็นภาพของภรรยา
ภาพเดิมที่เขาได้เห็นอยู่ทุก ๆ วัน

แต่คราวนี้มีบางอย่างต่างออกไป

เธอกำลังร้องไห้

ภาพความกระเพื่อมไหวที่เพชรทูลได้เห็นนั้น
คือการสั่นไหวน้อย ๆ ของร่างกายจากการสะอื้นไห้บางเบา
และการขยับเคลื่อนฝ่ามือน้อย ๆ เพื่อปาดซับน้ำตาที่ยังคงหลั่งไหลเงียบเชียบ

เพชรทูลจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความสงสัยอย่างไร้สุ้มเสียง
ภรรยาในกระจกยังไม่มีวี่แววหรือสัญญาณแห่งการรับรู้ถึงตัวตนของเขา
เวลาเหนียวหนืดเคลื่อนผ่านเชื่องข้า ในที่สุดเพชรทูลตัดสินใจก้าวถอยออกมา
เธอในกระจกยังคงหลั่งน้ำตาอยู่อย่างนั้น
.
เพชรทูลกลับมาถึงห้อง เขานั่งลงบนเตียงขนาดสองคน
ที่เขาเคยบ่นว่ามันช่างแคบและอึดอัดเหลือแสน
แต่พอภรรยาลาลับ เตียงหลังเดิมกลับดูกว้างใหญ่และอ้างว้างเกินไป

เพชรทูลหยิบโทรศัพท์มือถือตรงหัวเตียง กดเข้าไปยังเบอร์โทรออกล่าสุด
เบอร์โทรของภรรยายังค้างอยู่ที่ลำดับที่สอง
เพราะหลังจากเธอจากไป คนรู้จักจากร้านขายของชำกลายเป็นเพียงคนเดียว
ที่เขาใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ติดต่อสื่อสารด้วย

นิ้วโป้งขวากดปุ่มโทรออก เขายกโทรศัพท์มือถือขึ้นแนบหูอย่างเลื่อนลอย
เสียงสัญญาณรอสายแต่ละครั้งฟังดูยาวนานราวอนันต์

ครั้งสุดท้ายก่อนที่เพชรทูลจะถอดใจนั้นเอง
ฮัลโหล
เสียงภรรยาของเขาเอง แม้จะไม่ได้ยินมานานถึงห้าปี แต่เพียงวินาทีแรก
เขาก็จำได้ทันที
"ผมเอง"
.
.
"ฉันรู้"
เกิดความเงียบขึ้น เพชรทูลไม่รู้ว่าควรพูดสิ่งใดกับเธอ
เขาไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะรับสายเขา เขายังไม่ได้เตรียมใจมาก่อน
.
.
.
"นานมากแล้วนะ จู่ ๆ คุณก็โทรมา"

เธอเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อน

"รู้สึกว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมน่ะ"
"เหมาะสม ยังไง ?"

"ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน"
.
.
ไม่มีใครพูดอะไรต่อ เพชรทูลได้ยินเสียงฝนแทรกตัวเข้ามาระหว่างความเงียบระหว่างเขากับเธอ

"ที่ ๆ คุณอยู่ฝนตก ?"
"ใช่" เธอไม่มั่นใจนักว่าหรือคือการบอกเล่าคือประโยคคำถาม
"ที่นี่ดูเหมือนจะตก แต่ยัง"
.
.
"แสดงว่าตอนนี้คุณคงอยู่ห่างไกลจากผมไม่น้อย"
.
เขาได้ยินเสียงถอนหายใจแผ่วเบา
"ใช่ แต่คงบอกไม่ได้ว่าที่ไหน ขอโทษนะ"
"ไม่เป็นไร"
.
.
หลายสิบวินาทีที่หนักอึ้งเคลื่อนผ่านไปช้า ๆ
"คุณสบายดีไหม"
"ผมสบายดี"
"ยังตัดผมอยู่ ?"
"ใช่"
.
.
.
"แล้วคุณล่ะ ?"
ภรรยาของเขาถอนหายใจ
"ไม่ดีเท่าไหร่ หลายอย่างน่ะ"
.
.
เพชรทูลได้ยินเสียงบางอย่าง พร้อมความเงียบอันมีเอกลักษณ์เฉพาะ
เขารู้ว่าเธอกำลังทำอะไรบางอย่าง

"คุณยังสูบอยู่ ?"
"นาน ๆ ครั้ง เวลาที่มีเรื่องให้คิดน่ะ"
"มีอะไรให้ผมช่วยไหม ?"
"อย่าเลย ฉันไม่อยากรบกวนคุณ"
.
.
.
เงียบไปอีกครั้ง
คราวนี้เพชรทูลได้ยินเสียงผ่อนลมหายใจหนักอึ้งยาวนาน
ปนเปกับเสียงของฝนที่เริ่มลงเม็ดหนักขึ้น
ฉันขอโทษนะ
"ขอโทษ ?"
"ที่ทำแบบนี้กับคุณ"
.
.
.
"ผมก็ขอโทษเหมือนกัน"
"ไม่ต้องหรอก ฉันเป็นฝ่ายผิดเอง"
.
.
"ไม่มีใครผิดหรอก"
.
.
เพชรทูลกระชับโทรศัพท์มือถือในมือเล็กน้อย

อยากกลับมาไหม
.
.
มวลอากาศและเวลาเหนียวข้นจนเพชรทูลแทบจะรู้สึกถึงความหนักอึ้งรอบกายได้
.
.
.
"ไม่ล่ะ ขอโทษด้วยนะ"

"ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ"
.
.
"ดูแลรักษาตัวด้วย อย่าสูบบุหรี่มากเกิน"
"ขอบคุณค่ะ คุณก็เช่นกัน"
.
.
.
.
.
"ลาก่อน"

ไม่มีคำพูดใดตอบกลับมาอีก

เสียงของสายโทรศัพท์ที่ถูกทอดทิ้งจากคู่สนทนา ดึงสติของเพชรทูลให้ตื่นจากภวังค์
เขาค่อย ๆ นำโทรศัพท์มือถือผละออกห่างจากตัว
ก่อนจะวางลงบนโต๊ะหัวเตียงตำแหน่งเดิมอย่างเบามือ

เพชรทูลนั่งนิ่งอยู่บนเตียงเนิ่นนาน
จนในที่สุดฝนก็ตกลงมา
หยาดน้ำจากฟ้าสีเทาถูกดึงดูดลงมาตกกระทบกับหลังคามุมเหลี่ยมแห้งแล้ง
สะท้อนเสียงแว่วเข้าสู่โสตประสาทที่ด้านชาของเขา

หยดแรก
หยดที่สอง
และหยดต่อ ๆ มา

เพชรทูลรู้สึกเหมือนม่านฝนห่มคลุมเขาไว้
พร้อมบรรเลงท่วงทำนองสงบนิ่งขับกล่อมเขาอย่างอ่อนโยน

ความง่วงงุนค่อย ๆ เข้าโอบล้อมอย่างช้า ๆ
.
.
.
.
เพชรทูลลืมตาตื่นขึ้นในตอนเช้ามืด ฝนไม่ได้ตกลงมาอีกต่อไปแล้ว
เขาลุกขึ้นนั่งช้า ๆ ก่อนจะยืนขึ้น ก้าวลงบันไดแผ่วเบา

เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง เขาเดินไปหยุดอยู่หน้ากระจกบานเดิม
บานเดิมกับที่เขามองเห็นภาพสะท้อนของภรรยามาตลอดห้าปี
จนถึงเมื่อคืนนี้

แต่ตอนนี้ เงาสะท้อนนั้นได้หายไปแล้ว

ภรรยาของเขาลาจากไปอีกครั้ง
และคราวนี้คงจากไปไกลแสนไกล
เขาคงไม่อาจเอื้อมมือไปถึงเธอได้อีกแล้ว

เพชรทูลได้เห็นใบหน้าของตัวเองในกระจกอีกครั้ง

เขาค่อย ๆ ไล้นิ้วมือของตัวเอง
สัมผัสส่วนต่าง ๆ ของใบหน้าในกระจก
ใบหน้าที่หนีจากเขาไปนานแสนนาน
หนวดเคราดกเฟิ้ม เส้นผมเริ่มกลายเป็นสีขาวและบางลงตามคาด
ใบหน้าซูบซีดลงจนแทบจำตนเองไม่ได้ในคราแรกที่ได้เห็น
ดวงตาเหนื่อยอ่อนดูหวาดระแวง
เขาเปลี่ยนไปมากจริง ๆ

เพชรทูลจ้องมองตนเองในกระจกอยู่เนิ่นนาน
ก่อนมือขวาจะเลื่อนไปหยิบบัตตาเลียนขึ้นมา
เขากดสวิตช์เปิด พยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะเริ่มลงมือ

เสียงบัตตาเลียนที่ค่อย ๆ ปลิดไถเส้นผมออกไปจากศีรษะของเพชรทูลนั้น
สำหรับเขามันช่างฟังดูสงบราวกับบทสวดแด่จิตใจอันโหวงเปล่า

ราวห้านาทีผ่าน
เพชรทูลจ้องมองใบหน้าเกลี้ยงเกลาไม่คุ้นตาตรงหน้า

เพชรทูลรู้สึกผิดแปลก รู้สึกไม่คุ้นเคย
แต่เขาก็มั่นใจว่านี่คือใบหน้าที่แสนคิดถึงและโหยหาของตน

เพชรทูลยิ้มให้ตัวเองน้อย ๆ
ไล้มือไปตามใบหน้านั้นอีกครั้ง ก่อนจะทำความสะอาดรอบ ๆ ร้าน

เขายกประตูเหล็กขึ้น แดดเช้าส่องเข้ามาในร้าน

เพชรทูลแหงนหน้า

แสงแรกของวันช่างเจิดจ้าเสียจนแสบตา.

© 2023 by Sasha Blake. Proudly created with Wix.com

bottom of page